เกี่ยวกับเรา

ทีมงานมืออาชีพ

ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความอาวุโส

เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายแต่ละสาขา

เราให้บริการด้านกฎหมายด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม

บริษัท พีอาร์เอ็ม แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด (สำนักกฎหมาย)

ก่อตั้งขึ้นโดยนายพงศา เรืองงาม ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความอาวุโส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 มีวัตถุประสงค์รับเป็นที่ปรึกษากฎหมายด้านธุรกิจและพาณิชย์ วางโครงสร้างทางกฎหมาย ตลอดจนมีคณะทนายความรับมอบอำนาจดำเนินงานตามกฎหมายและดำเนินคดีว่าต่างและแก้ต่างให้แก่องค์กร บริษัท ห้างหุ้นส่วน และบุคคลโดยทั่วไป

คณะผู้บริหาร และคณะทำงาน

คณะที่ปรึกษาสำนักกฎหมาย

ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายแต่ละสาขา ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานจากภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน

นายพงศา เรืองงาม

ทนายความหุ้นส่วน และหัวหน้าสำนักกฎหมาย

ทนายความหุ้นส่วน

ประกอบด้วยทนายความหุ้นส่วนจากทนายความอาวุโสซึ่งมีประสบการณ์หลากหลายสาขา

ทนายความ

เป็นที่ปรึกษากฎหมายและเป็นทนายความว่าต่าง แก้ต่างโดยทนายความแต่ละท่านมีประสบการณ์ในการทำงานตั้งแต่ 5 ปี ถึง 8 ปี

นิติกรและผู้ช่วยทนายความ

เป็นผู้ช่วยเหลือทนายความและที่ปรึกษากฎหมายในการให้คำปรึกษากฎหมาย อาทิเช่น การค้นคว้าข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสำนวนและข้อเท็จจริง ดำเนินการขออนุญาต จดทะเบียน ทำนิติกรรม หรืองานอื่นใด ต่อหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ นิติบุคคล และบุคคล ตามที่ได้รับมอบหมาย และเป็นผู้ช่วยทนายความในการดำเนินคดี โดยมีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี

นายพงศา เรืองงาม

ทนายความหุ้นส่วนและหัวหน้าสำนักกฎหมาย

ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานกฎหมายของเรา
เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกปัญหาทางกฎหมายด้วยความเชี่ยวชาญ ซื่อสัตย์ และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของลูกความ

ประวัติและประสบการณ์หัวหน้าสำนักกฎหมาย

ประวัติการศึกษา
  • .. 2552 ประกาศนียบัตรทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร สภาทนายความ
  • .. 2548 ประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
  • .. 2548 นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • .. 2547 ประกาศนียบัตรการอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม
  • .. 2545 ประกาศนียบัตรทนายความ รุ่นที่ 18 สภาทนายความ
  • .. 2544 นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • .. 2545 – 2554  ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท สำนักกฎหมาย เอเคเอ จำกัด บริษัท สำนักกฎหมาย อัมพร อนุพร แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด และบริษัท สำนักกฎหมาย เอเอเอ จำกัด
  • .. 2554 – 2565  ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท สำนักงานกฎหมาย สยามซิตี้ จำกัด และบริษัท เอสซีแอล นิชิมูระ แอนด์ อาซาฮี จำกัด
  • ช่วงปี พ.. 2562 – 2566 เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์บริษัท สยามนิสสัน นครสวรรค์ จำกัด และบริษัท สยามนิสสัน กำแพงเพชร จำกัด
  • ช่วงปี พ.. 2564 – 2565 เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในเครืออีซูซุ มหานคร และบริษัท กำแพงเพชร ฮอนด้าออโตโมบิล จำกัด
  • ช่วงปี พ.. 2564 – ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในนามมิตซูรุ่งเจริญ และบริษัทในเครือ
  • ช่วงปี พ.. 2567 – ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในนาม OMODA & JAECOO และบริษัทในเครือ
  • ช่วงปี พ.. 2552 – ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัท วีระสุวรรณ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อผลิตสารตัวทำละลายสำหรับอุตสาหกรรมกาวและสี กลั่นน้ำมันดีเซล และน้ำมันไบโอดีเซล
  • ช่วงปี พ.. 2552 – ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัท เอส.เอ็น.บี ยูไนเต็ด เคมีคอล จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตเคมีภัณฑ์อนินทรีย์ขั้นมูลฐานอื่นๆ
  • ช่วงปี พ.. 2563 – ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัท พรีโม สเตชั่น จำกัด และบริษัท พรีโม รีเทล จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันบางจากและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จังหวัดนนทบุรี
  • ช่วงปี พ.. 2563 – ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัท พรีโม ออยล์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายและส่งออกน้ำมันและเคมีภัณฑ์
  • ช่วงปี พ.. 2564 – 2565 เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับสายการบินนกแอร์ (NokAir) ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่ให้บริการธุรกิจการบินในประเทศไทยและใกล้เคียง และบริษัทในเครือ
  • ช่วงปี .. 2562 – 2564 เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับ Brink’s Security (Thailand) Limited ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งเงินสดและการรักษาความปลอดภัย รวมถึงขนส่งอัญมณี และเครื่องประดับ และดำเนินการด้านศุลกากรและการขนส่งทางอากาศ
  • ช่วงปี พ.. 2545 – 2547 เป็นทีมที่ปรึกษากฎหมายและผู้รับมอบอำนาจบริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) ยื่นอุทธรณ์ประกาศอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่ประกาศให้ที่ดินบริเวณหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จำนวน 178 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โรงแรมบันยันทรี ภูเก็ต ครอบครอง เป็นที่สงวนและหวงห้ามเพื่อให้ประโยชน์ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และยื่นฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครอง และเป็นทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลเรื่องโต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  • ช่วงปี พ.. 2548 – 2549 เป็นผู้รับมอบอำนาจบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด (ห้างคาร์ฟูร์เดิม) อุทธรณ์คำสั่งสำนักงานเขตสายไหมที่มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารห้างคาร์ฟูร์ สาขาถนนสุขาภิบาล 5 สายไหม และยื่นฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองกลาง
  • ช่วงปี พ.. 2555 – 2560 เป็นทีมที่ปรึกษากฎหมายและผู้รับมอบอำนาจบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (ผู้ประกอบการห้างแม็คโคร) ให้ดำเนินคดีปกครอง เช่น อุทธรณ์คำสั่งเทศบาลปากช่อง ที่มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และยื่นฟ้องคดีเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น
  • ช่วงปี พ.. 2558 – 2562 เป็นทีมที่ปรึกษากฎหมายและผู้รับมอบอำนาจบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (ผู้ประกอบการห้างโฮมโปร) ให้ต่อสู้คดีปกครอง เช่น คดีปกครองที่ผู้ประกอบการค้าปลีกจังหวัดสุโขทัยยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารของโฮมโปร าขาสุโขทัย ที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโลก และดำเนินคดีปกครองเพื่อเรียกร้องเงินค่าทดแทนเพิ่มเติมจากการเวนคืนที่ดินทับที่ดินของบริษัทฯ เป็นต้น
  • ช่วงปี พ.. 2554 – 2564 เป็นทีมที่ปรึกษากฎหมายและผู้รับมอบอำนาจบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (ผู้ผลิตปูนทีพีไอและโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทีพีไอ) ให้ดำเนินคดีปกครอง เช่น ต่อสู้คดีที่ประชาชนในจังหวัดสระบุรียื่นฟ้องขอเพิกถอนประทานบัตรเหมืองแร่ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และประชาชนในอำเภอมวกเหล็กฟ้องขอเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการผู้ผลิตไฟฟ้า บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และดำเนินคดีปกครองเพื่อเรียกร้องเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนที่ดินทับที่ดินของบริษัทฯ
  • ช่วงปี พ.. 2563 – ปัจจุบัน เป็นทีมที่ปรึกษากฎหมายและทนายความให้กับบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทในเครือดุสิตธานี และบริษัท ปิยะศิริ ซึ่งประกอบกิจการโรงพยาบาลสุขุมวิท และบริษัท ธนจิรัง จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสำนักงานและพื้นที่ให้เช่า ชื่อ ศุภาคาร เจริญนคร
  • ช่วงปี พ.. 2563 – ปัจจุบัน เป็นทีมที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ ในการเจรจาและดำเนินคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องระหว่างทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก และแบ่งอำนาจการบริหารกิจการต่างๆ

ทนายความมืออาชีพ

ซื่อสัตย์

เคารพกฎหมาย

ขอบข่ายการให้บริการ

การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและสัญญาธุรกิจ

การบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย วางแผนและการจัดทำสัญญาธุรกิจ ครอบคลุมถึงกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา ตลอดจนกฎหมายพิเศษเฉพาะด้านอื่นๆ ได้แก่ กฎหมายมหาชน กฎหมายปกครองและรัฐธรรมนูญ กฎหมายแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการ กฎหมายลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายที่ดินและการเวนคืน กฎหมายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายควบคุมอาคารและการก่อสร้างกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

การบริการรับเป็นทนายความว่าต่างหรือแก้ต่างในการดำเนินคดีชั้นอนุญาโตตุลาการและชั้นศาล ในคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีแรงงาน เป็นผู้รับมอบอำนาจ และหรือผู้กระทำการแทนในคดีปกครองไม่ว่าชั้นกระบวนการพิจารณาคำสั่งทางปกครอง ชั้นอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง หรือชั้นศาลปกครอง ให้แก่บุคคล นิติบุคคลและหน่วยงานของรัฐ และบุคคลโดยทั่วไป ตลอดจนให้บริการทนายความและที่ปรึกษากฎหมายประจำ สถานประกอบธุรกิจของลูกความหรือผู้ขอคำปรึกษา

นอกเหนือจากการบริการให้คำปรึกษากฎหมาย การทำสัญญาทางธุรกิจและรับเป็นทนายความว่าต่าง หรือแก้ต่างในการดำเนินคดีชั้นศาลแล้ว  สำนักกฎหมายฯ ยังให้บริการด้านงานกฎหมายอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายอีกด้วย ได้แก่

  • การตรวจสอบ จัดการ ดูแล รักษาผลประโยชน์และทรัพย์สิน
  • การยกร่างและจัดทำสัญญาทางธุรกิจ อาทิเช่น สัญญาการให้สินเชื่อ สัญญาร่วมทุน สัญญาสัมปทาน สัญญาบริหารโครงการ สัญญาก่อสร้าง สัญญาแฟรนไชส์  สัญญาตัวแทน เป็นต้น
  • การวางแผนภาษีอากรและบัญชีภาษีอากร
  • การเจรจาทำความตกลงหรือประนีประนอมยอมความทางการค้าและทางธุรกิจ
  • การดำเนินงานทางปกครองในการอ้างสิทธิและหรือโต้แย้งสิทธิ และติดตามสิทธิประโยชน์ขององค์กรต่อหน่วยงานทางปกครองหรือเอกชน
  • การไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาททางแรงงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
  • การจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมต่างๆ อาทิเช่น ที่ดิน หรือเครื่องจักร เป็นต้น
  • การจดทะเบียนพาณิชย์  การจัดตั้งนิติบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า
  • การขอใบอนุญาตต่างๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ และอุตสาหกรรม
  • การขอและต่อใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว
  • การขอและต่อวีซ่า
  • การแปลเอกสารและรับรองคำแปลเอกสาร
  • งานบริการด้านกฎหมายอื่นๆ

กฎหมายชัดเจน ตรงไปตรงมา ยืนข้างคุณทุกขั้นตอน

นัดหมายปรึกษากฎหมายกับผู้เชี่ยวชาญ

แนวทางการปฏิบัติงาน

งานด้านให้คำปรึกษา
  • ผู้ขอคำปรึกษาจะต้องให้รายละเอียดข้อเท็จจริง ตลอดจนเอกสารและหลักฐานอื่นๆ ที่ถูกต้องตรงกันกับความจริงที่เกิดขึ้นแก่สำนักกฎหมายฯ ด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร
  • สำนักกฎหมายฯ จะดำเนินการศึกษา ค้นคว้า และตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคำบอกเล่า เอกสารและหลักฐานอื่นๆ ร่วมกันกับผู้ขอคำปรึกษา
  • สำนักกฎหมายฯ จะให้คำปรึกษาตามข้อมูลหลักฐานดังกล่าวทุกประเด็นที่ได้รับคำขอปรึกษา ตลอดจนข้อคิดอื่นๆ ตามปัญหาข้อกฎหมายทั่วไปและกฎหมายเฉพาะด้าน หากเป็นข้อปรึกษาที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน สำนักกฎหมายฯ อาจจะนัดหมายที่ปรึกษา ผู้มีประสบการณ์ความรู้ความชำนาญและเชี่ยวชาญในปัญหากฎหมายดังกล่าวแต่ละด้านเข้าร่วมประชุมเพื่อแสดงความเห็นและวินิจฉัยข้อปรึกษา
  • สรุปคำขอปรึกษา ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย คำปรึกษาและความเห็นอื่นๆ เป็นหนังสือให้แก่ผู้ขอคำปรึกษา
  • เมื่อสำนักกฎหมายฯ และลูกความได้ร่วมกันตรวจสอบวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นจนเป็นที่ยุติและเห็นควรเร่งรัดหรือติดตามหนี้สินหรือทรัพย์สินและดำเนินการบอกกล่าวทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่ลูกความตามข้อตกลงของสัญญาและหรือข้อกฎหมาย สำนักกฎหมายฯ จะดำเนินการบอกกล่าวทวงถามเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้และผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละรายเพื่อขอให้ชำระหนี้หรือคืนทรัพย์สินภายในกำหนดระยะเวลาโดยจะแยกตามประเภทของมูลสัญญาการกระทำตามกฎหมาย รวมทั้งบอกกล่าวการบังคับจำนองจำนำด้วย
  • สำนักกฎหมายฯ จะดำเนินการติดต่อประสานงานกับลูกหนี้เพื่อเจรจาประนีประนอมหรือหาแนวทางจัดการทรัพย์สินหรือวิธีชำระหนี้ตามที่ลูกความมอบหมายโดยยึดประโยชน์สูงสุดของลูกความเป็นที่ตั้ง
  • กรณีที่ลูกหนี้ยินยอมชำระหนี้แก่ลูกความตามที่สำนักกฎหมายฯ ได้ทวงถาม สำนักกฎหมายฯ จะร่วมกับลูกความเพื่อจัดทำบันทึกรับสภาพหนี้ และสำนักกฎหมายฯ จะดำเนินการติดตามผลการชำระหนี้ของลูกหนี้เป็นระยะจนกว่าลูกหนี้จะชำระหนี้เสร็จสิ้น
  • สำนักกฎหมายฯ จะรายงานและวิเคราะห์ผลการติดตามทวงถาม การเจรจา การประนีประนอมยอมความ และการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ลูกความทราบตลอดการดำเนินงาน
  • สำนักกฎหมายฯ มีทนายความและพนักงานรับผิดชอบที่มีประสบการณ์ในการติดตามเร่งรัดหนี้สินและทรัพย์สิน
  • สำนักกฎหมายฯ และลูกความจะร่วมกันตรวจสอบ วิเคราะห์ ศึกษาข้อเท็จจริง จากเอกสารและพยานหลักฐาน แล้วสรุปข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจนเป็นที่ยุติ
  • สำนักกฎหมายฯ จะนำข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยุตินั้นมาวิเคราะห์ประกอบข้อกฎหมาย สรุปปัญหาและกำหนดแนวทางในการดำเนินงาน ดำเนินคดี และต่อสู้คดีเพื่อประโยชน์โดยชอบธรรมสูงสุดต่อลูกความ
  • รับมอบปฏิบัติงานตามแนวทางที่สำนักกฎหมายฯ และลูกความร่วมกันกำหนดแผนงานและสรุปผล
  • รายงานการปฏิบัติงานและหรือรายงานคดีในทุกขั้นตอนและทุกครั้งในการปฏิบัติงานให้แก่หัวหน้าสำนักกฎหมาย หรือที่ปรึกษาในแต่ละสายงานเพื่อวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานในแต่ละครั้ง และรายงานการปฏิบัติงานทุกครั้งแก่ลูกความ
  • การทำงานของทนายความในแต่ละคดีจะต้องมีทนายความและผู้ช่วยทนายความรับผิดชอบร่วมกัน

ค่าใช้จ่าย ค่าบริการ ค่าป่วยการผู้รับมอบอำนาจ และค่าวิชาชีพทนายความ

ค่าบริการของสำนักกฎหมายฯ จะแยกออกเป็นค่าใช้จ่ายและค่าบริการให้คำปรึกษากฎหมาย ค่าใช้จ่าย ค่าป่วยการผู้รับมอบอำนาจและค่าวิชาชีพทนายความในการดำเนินคดี ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการบริการทางด้านกฎหมายอื่นๆ ดังต่อไปนี้

ค่าใช้จ่ายและค่าบริการให้คำปรึกษากฎหมาย (ในชั้นดำเนินการนอกศาล)
  • ค่าใช้จ่ายการให้บริการปรึกษากฎหมาย อาทิเช่น ค่าพาหนะ ค่าธรรมเนียม ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลือง ค่าพนักงานรับส่งเอกสาร ค่าโทรศัพท์ โทรสาร และอื่นๆ จะคำนวณตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน จำนวนครั้งในการติดต่อประสานงาน รวมทั้งปริมาณของเอกสารที่ได้ใช้ในการดำเนินงาน
  •  ค่าบริการให้คำปรึกษากฎหมาย จะคิดจากค่าบริการให้คำปรึกษากฎหมายตามที่ได้ตกลงกัน หรือคำนวณตามจำนวนชั่วโมงทำงานของที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ โดยสำนักกฎหมายฯ จะพิจารณาถึงความสำเร็จของงาน ลักษณะของงาน และความเหมาะสมของทนายความผู้ให้คำปรึกษาเป็นสำคัญ
  • ค่าบริการให้คำปรึกษากฎหมายประจำกิจการขององค์กร หรือบุคคล จะคิดค่าบริการเป็นรายเดือนหรือตามความสำเร็จของงาน
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามสิทธิประโยชน์หรือการดำเนินคดี อาทิเช่น ค่าพาหนะ ค่าธรรมเนียม ค่าแปลเอกสาร ค่าอุปกรณ์ ค่าโทรศัพท์ โทรสาร จะคำนวณตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน จำนวนครั้งในการติดต่อประสานงาน รวมทั้งปริมาณของเอกสารที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งสำนักกฎหมายฯ จะแจ้งค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวนี้ให้ลูกความทราบและทำความตกลงกับลูกความก่อนที่จะเริ่มดำเนินคดีทุกครั้ง
  • ค่าวิชาชีพทนายความ สำนักกฎหมายฯ จะคิดค่าวิชาชีพโดยคำนวณตามจำนวนหน่วยของสิทธิและประโยชน์ที่ได้ดำเนินงานให้แก่ลูกความ หรือตามจำนวนชั่วโมงทำงานให้แก่ลูกความ โดยสำนักกฎหมายฯ และลูกความจะทำความตกลงการคิดค่าวิชาชีพกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
    • กรณีที่ 1 ค่าวิชาชีพคำนวณตามจำนวนหน่วยของสิทธิและประโยชน์ที่ได้ดำเนินงานให้แก่ลูกความ จะขอเบิกจ่ายเป็นงวด ก่อนคดีถึงที่สุด แต่ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนหน่วยที่ได้ทำความตกลงกันไว้ ส่วนที่เหลือจะเบิกเมื่อคดีถึงที่สุด
    • กรณีที่ 2 ค่าวิชาชีพคำนวณตามจำนวนชั่วโมงทำงาน โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเช่นเดียวกันกับค่าบริการให้คำปรึกษากฎหมาย ข้อ 1.2

การพิจารณาค่าใช้จ่าย ค่าป่วยการผู้รับมอบอำนาจ และค่าวิชาชีพ สำนักกฎหมายฯ จะทำความตกลงกับลูกความหลังจากที่ได้รับทราบข้อเท็จจริง ที่มาของปัญหา และสรุปแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกันกับลูกความหรือองค์กรธุรกิจนั้น แล้ว

  • สำนักกฎหมายฯ จะคิดโดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเช่นเดียวกันกับค่าใช้จ่ายและค่าวิชาชีพ ข้อ 2.

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ที่เกิดขึ้นนอกเหนือไปจากขอบเขตของการให้บริการ (ถ้ามี) จะคิดตามสภาพของปัญหา ความซับซ้อนในการดำเนินงาน ตลอดจนปริมาณเอกสารและเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานตามความเหมาะสมและเป็นจริง  ซึ่งจะทำความตกลงกันกับผู้ขอคำปรึกษาและลูกความก่อนที่จะรับมอบหมายดำเนินงาน

ความเชี่ยวชาญของสำนักกฎหมายฯ

สำนักกฎหมายฯ มีที่ปรึกษากฎหมายและทนายความที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในกฎหมายสาขาต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา ตลอดจนกฎหมายพิเศษเฉพาะด้านอื่น ๆ ได้แก่ กฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง กฎหมายแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการ กฎหมายลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและพลังงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายที่ดินและการเวนคืน กฎหมายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  กฎหมายควบคุมอาคารและการก่อสร้าง  กฎหมายอาคารชุดและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

จริยธรรมในการดำเนินงาน

การให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายการรับเป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการแทนคู่กรณีและเป็นทนายความว่าต่างหรือแก้ต่างให้แก่ผู้ขอคำปรึกษาหรือลูกความ สำนักกฎหมายฯ จะดำเนินการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาตามข้อเท็จจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและข้อมูลที่ได้รับการแจ้งและยืนยันจากผู้ขอรับคำปรึกษาหรือลูกความ สำนักกฎหมายฯ จะต้องดำเนินการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงและข้อมูลดังกล่าวบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริตโดยคำนึงถึงสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอันพึงมีพึงได้โดยชอบธรรมของผู้ขอรับคำปรึกษาหรือลูกความเท่านั้น บรรดาข้อมูล หลักฐานต่างๆ ที่ได้รับจึงต้องได้รับความร่วมมือและเปิดเผยโดยครบถ้วนและถูกต้องตรงตามความจริงจากผู้ขอคำปรึกษา ลูกความ และพยานที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การให้บริการด้านกฎหมาย การรับเป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการแทนคู่กรณีและการรับเป็นทนายความว่าต่างและแก้ต่างของสำนักกฎหมายฯ จึงมีจริยธรรมตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องความซื่อสัตย์และความสุจริต สำนักกฎหมายฯ และผู้ขอรับคำปรึกษาหรือลูกความจะต้องร่วมกันเปิดเผยข้อมูล วิเคราะห์ วินิจฉัย และสรุปแนวทางที่ขอปรึกษาหรือแนวทางการดำเนินคดีเพื่อดำเนินงานต่อไปตามที่เห็นพ้องต้องกัน โดยมุ่งหวังที่จะปกป้อง ยับยั้ง ติดตาม ตลอดจนคุ้มครองดูแลสิทธิและหน้าที่ของผู้ขอคำปรึกษา ลูกความ และสาธารณชนโดยสุจริต

ทั้งนี้ สำนักกฎหมายฯ ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธที่จะรับเป็นที่ปรึกษากฎหมาย และทนายความว่าต่างแก้ต่างคดีให้แก่ ผู้ขอคำปรึกษาหรือลูกความซึ่งอาศัยการได้มาซึ่งสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใดๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“มาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ“

การบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและรับเป็นทนายความว่าต่าง แก้ต่าง ของสำนักกฎหมาย นั้น จะดำเนินงานโดยผ่านขั้นตอนตามมาตรฐานระบบการทำงานของสำนักกฎหมายฯ เช่นเดียวกับสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ซึ่งมีการดูแล ควบคุม และตรวจสอบโดยคณะที่ปรึกษากฎหมายและทนายความผู้มีความรู้ ความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการทำงานด้านกฎหมายในแต่ละสาขา ตลอดจนมีอาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมายในสถาบันอุดมศึกษา และอดีตข้าราชการในหน่วยงานที่สำคัญของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้ให้คำปรึกษา วางแนวทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจและการดำเนินคดีให้แก่ผู้ขอคำปรึกษาและลูกความ ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าการให้บริการทางด้านกฎหมายของสำนักกฎหมายฯ จะเป็นไปด้วยความสุจริต ถูกต้อง รวดเร็ว และแล้วเสร็จตามกำหนด